New Car

บีเอ็มดับเบิลยูเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport
(M Performance Edition) ใหม่ ผสานจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตควบคู่ยนตรกรรมหรู

เปิดให้เป็นเจ้าของเพียง 80 คัน ในราคาพิเศษ ผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำเสนอบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตายิ่งขึ้นสำหรับรุ่นรถยนต์ซีดานพรีเมียมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของแบรนด์ พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง BMW M Performance เสริมความคล่องแคล่วปราดเปรียวตามสไตล์กีฬามอเตอร์สปอร์ต ผสานเสน่ห์เฉพาะตัวอันโดดเด่นของรถยนต์ผู้บริหารสุดหรู ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนนด้วยรูปลักษณ์ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีชุดแต่งแพ็คเกจ M Performance ที่ผลิตมาเป็นพิเศษพร้อมให้จำหน่ายสำหรับรุ่นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ใหม่ ในราคา 80,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ผ่านhttps://onlineshop.bmw.co.th ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ในจำนวนจำกัดเพียง 80 คันเท่านั้น

สำหรับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ ประกอบด้วย กระจังหน้าทรงไตคู่คาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปลิทเตอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปอยเลอร์หลังคาร์บอน, ฝาครอบกระจกคาร์บอน, แถบสติ๊กเกอร์ข้างตัวรถ M Performance และสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ M Performance บริเวณสเกิร์ตข้าง ทั้งนี้ ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ จะเปิดให้จองในราคาพิเศษเพียง 80,000 บาท จากราคาปกติ 210,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าติดตั้ง) สำหรับลูกค้า 80 คนแรกที่เลือกซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport พร้อมแพ็กเกจ M Performance ผ่านช่องทางออนไลน์

บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่
ราคาจำหน่าย: 3,539,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)แพ็กเกจ M Performance Edition สุดพิเศษ เมื่อจองผ่านช่องทางออนไลน์: 80,000 บาท

ไฮไลท์อันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 เจเนอเรชั่นที่ 7 นี้ สร้างความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตา เส้นสายทรงพลังทั้งบริเวณด้านหน้าและท้ายรถ มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมแบบใหม่ ยาวลงมาบรรจบกับกันชนหน้า ล้อมรอบด้วยกรอบที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว ส่วนบนของซี่ในกระจังหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย สร้างมิติที่สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L ในดีไซน์เรียวยาว สร้างความดุดันยิ่งขึ้น ช่องดักอากาศแนวตั้งทั้งสองข้างบนกันชนหน้าเสริมความโดดเด่นให้แก่การเล่นเส้นสายของดีไซน์แบบใหม่ เน้นย้ำถึงความสง่างามและทรงพลังกว่าที่เคย

ดีไซน์ด้านท้ายรถของบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) สื่อถึงรูปลักษณ์ที่ผสานความสง่างามและล้ำสมัยด้วยเส้นสายที่คมชัดและทรงพลังเช่นเดียวกัน ไฟท้าย LED มาในรูปแบบสามมิติทรงตัว L รับกับไฟหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยกรอบสีดำ สร้างความสะดุดตาบนท้องถนน โดยทั้งไฟท้ายและไฟเบรกได้รับการออกแบบมาให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีรูปโฉมไม่ซ้ำใคร บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ยังเสริมลุคสปอร์ตด้วยท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ท้ายรถทั้งสองด้านซึ่งรวมเป็นส่วนหนึ่งของกันชนท้ายไว้ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ แพ็คเกจ M Performance ของบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ ยังเพิ่มความสปอร์ตให้กับดีไซน์หรูหราของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 มาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งรวมถึงกระจังหน้าทรงไตคู่คาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปลิทเตอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ M Performance, สปอยเลอร์หลังคาร์บอน,ฝาครอบกระจกคาร์บอน, แถบสติ๊กเกอร์ข้างตัวรถ M Performance และสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ M Performance บริเวณสเกิร์ตข้าง

มิติตัวรถที่ยาวกว่ารุ่นก่อนหน้า 27 มิลลิเมตร ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่มีความยาว 4,963 มิลลิเมตร แต่ยังคงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ไว้ได้อย่างเหนือชั้น ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้าน (Cd) เพียง 0.23 บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ ยังมาพร้อมกับล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาลาย Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว

บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) มอบประสิทธิภาพเต็มพิกัด ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ที่ส่งพละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ส่งให้ตัวรถของบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) เคลื่อนจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.5 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ยังมาพร้อมการควบคุมที่เฉียบคมและโฉบเฉี่ยวเช่นเดียวกันรุ่นก่อนหน้า ฐานล้อที่ยาวและกว้าง รวมทั้งการออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบา และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ช่วงล่างมาพร้อมเพลาหน้าแบบปีกนกคู่และเพลาหลังแบบ five-link จึงขับขี่ได้อย่างนุ่มสบายทั้งในชีวิตประจำวันและขณะเดินทางไกล รวมถึงในการขับขี่ที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง

เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ได้รับการยกระดับให้ล้ำสมัยยิ่งกว่าที่เคย เพื่อช่วยเหลือการขับขี่ในสภาวะที่หลากหลาย พร้อมปูทางสู่เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) มาพร้อมระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในสภาวะต่าง ๆ ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน  รวมถึงระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่่ (Attentiveness Assistant) และระบบควบคุมความเร็วคงที่ พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function) นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยอีกมากมายเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ เช่น เซนเซอร์ควบคุุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบ Active Protection และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control)

อีกหนึ่งความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ คือการออกแบบภายในห้องโดยสาร ที่ยังคงเน้นการผสานทั้งความสง่างามและความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ จึงสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการขับขี่และมอบความสะดวกสบายแม้ขณะเดินทางไกล ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียมและงานฝีมือสุดประณีตจากช่างผู้เชี่ยวชาญ ปุ่มบริเวณคอนโซลกลางมาในสีดำเงาเพื่อความหรูหรา ตัดกับพวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชั่น M Sport พร้อมคอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ยังมาพร้อมเบาะหนังแท้ Dakota ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey พร้อมแถบโครเมี่่ยม

บีเอ็มดับเบิลยู BMW 520d M Sport (M Performance Edition) ยังได้รับการพัฒนาด้านระบบความบันเทิงและการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการใหม่ล่าสุด BMW Operating System 7 ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมระบบ
ปลดล็อกประตููอัจฉริยะ (Comfort Access System) มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกควบคุมระบบการทำงานของรถยนต์ ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร ระบบการเชื่อมต่อ และระบบนำทางได้ผ่านทางจอ Control Display ระบบสัมผัส ระบบ iDrive ปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW gesture control

ลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ กับความสปอร์ตเฉียบคมที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้นในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport (M Performance Edition) ใหม่ สามารถสั่งซื้อรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://onlineshop.bmw.co.th

รูปภาพเพิ่มเติม

กระจังหน้าทรงไตคู่และสปลิทเตอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ M Performance

สปอยเลอร์หลังคาร์บอน

ฝาครอบกระจกคาร์บอน

แถบสติ๊กเกอร์ข้างตัวรถ M Performance

สติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ M Performance บริเวณสเกิร์ตข้าง

 

# # #

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2564 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.5 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 194,000 คันทั่วโลก กำไรก่อนหักภาษีในปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 5.222 พันล้านยูโร จากรายได้รวม 98.990 พันล้านยูโร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 120,726 คนทั่วโลก

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยวางรากฐานความสำคัญสำหรับอนาคตตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตั้งแต่กระบวนการการผลิตสินค้าไปยังผู้บริโภค หรือซัพพลายเชนในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสี่บริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู พาร์ทส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตชิ้นส่วนสำหรับการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สำหรับโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง

ในปี 2564 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 11,032 คัน โดยแบ่งเป็นยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 9,982 คัน และยอดจดทะเบียนรถยนต์มินิ 1,050 คัน ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ ด้วยยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดรวม 1,197 คัน

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 16 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 และ บีเอ็มดับเบิลยู X5 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 5 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1397

www.bmw.co.th     
www.mini.co.th     
www.bmw-motorrad.co.th

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)

เบญจา หวังพีระวงศ์ (08-1629-5924 or 0-2627-3501 ต่อ 218)
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125)

จิรวัฒน์ อรรคจันทร์ (09-3636-1241 or 0-2627-3501 ต่อ 101)
sboonsaeng@carlbyoir.com, bwangpeerawong@carlbyoir.com, pthanawajeran@carlbyoir.com, jakachan@carlbyoir.com

 

 

Most Popular

To Top