10 สมาคมด้านยานยนต์และชิ้นส่วนไทย เสนอ Roadmap รับมือการเปลี่ยนผ่าน อุตสาหกรรมยานยนต์ มุ่งปกป้อง Supply Chain และรักษาฐานการผลิตของประเทศ

- Advertisement -spot_imgspot_img

กลุ่มสมาพันธ์สมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนสัญชาติไทย

10 สมาคม จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “ก้าวต่อไปอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย: 10 สมาคมผนึกภาครัฐ อัปเดต ข้อเสนอเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน” ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงจุดยืนร่วมในการ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ พร้อมนําเสนอ แนวทาง Road Map สําหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หรือ EVAT ชี้แจงว่า ข้อเสนอของสมาพันธ์ฯ มีเจตนารมณ์สําคัญในการสร้างกติกาการแข่งขันที่เหมาะสม เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนผลิตใน ประเทศ ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับภาครัฐ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่ง ประเด็นเรื่องมาตรการด้านภาษีและการส่งเสริมการผลิตในประเทศ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการสร้าง ภาระให้กับผู้บริโภค หากผู้ประกอบการดําเนินการตามแนวทางที่ภาครัฐกําหนดไว้ ก็จะยังสามารถได้รับสิทธิ ประโยชน์เดิม และสามารถรักษาระดับราคาที่เหมาะสมต่อผู้บริโภคได้

ขณะเดียวกัน การให้ความสําคัญกับการผลิตในประเทศยังมีส่วนช่วยยกระดับบริการหลังการขายใน ระยะยาว ทั้งในด้านความพร้อมของอะไหล่ การพัฒนาศูนย์บริการ การสร้างบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้านยาน ยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากผู้ผลิตไปสู่ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งจะ เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจไทยโดยรวม

สําหรับข้อกังวลเกี่ยวกับพันธกรณีทางการค้าระหว่างประเทศ นายสุโรจน์ระบุว่า หลายประเทศใน ภูมิภาคอาเซียนต่างมีมาตรการเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง เพื่อดูแลฐานการผลิต อุตสาหกรรม ภายในประเทศ และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการเปิดตลาดและการส่งเสริมการค้าเสรีอย่าง เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียมีการกําหนดเกณฑ์สัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ TKDN โดยมีแนวทางปรับจากการพิจารณาตามจํานวนชิ้นส่วน ไปสู ่ระบบที่สะท้อนมูลค่าเพิ่ม ภายในประเทศมากขึ้น และมีเป้าหมายยกระดับสัดส่วนดังกล่าวไปสู่ระดับประมาณ 60% ภายในปี 2031

ขณะที่ประเทศมาเลเซีย แม้ภายใต้กรอบความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA / AFTA ภาษีนําเข้ารถยนต์จากอาเซียนจะอยู่ในอัตรา 0% แต่ยังมีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในอัตราค่อนข้างสูง โดยอยู่ในช่วงประมาณ 60%–105% ขึ้นอยู่กับประเภทและรายละเอียดของรถยนต์ ขณะเดียวกัน รถยนต์ที่ ประกอบหรือผลิตในประเทศสามารถได้รับสิทธิประโยชน์หรือกลไกลดหย่อนภาษีที่เชื่อมโยงกับสัดส่วนการใช้ ชิ้นส่วนภายในประเทศ

ดังนั้น ในมุมมองของ EVAT การออกแบบมาตรการด้านภาษีและมาตรการส่งเสริมการผลิตในประเทศ ของไทย จึงควรถูกพิจารณาในฐานะเครื่องมือเชิงนโยบายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

ไทย สนับสนุนการลงทุนจริงในประเทศ ยกระดับบริการหลังการขายให้กับผู้บริโภค และส่งเสริมให้เกิดการ พัฒนาห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

ด้าน นายสมพล ธนาดํารงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย หรือ TAPMA กล่าวเสริม ว่า การเสนอให้กรมศุลกากรเร่งรัดแผนการปรับปรุงเกณฑ์การนับสัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ (Local Content

– LC) 40% เป็นแนวทางที่สามารถพิจารณาได้ในเชิงปฏิบัติ และอาจเป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยให้สามารถรักษาบทบาทในห่วงโซ่การผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมีศักยภาพ และมาตรฐานการผลิตในระดับสากลอยู่แล้ว สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการคือความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ และแนวทางการบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัว วางแผนการลงทุน และ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมั่นคง

ขณะที่ นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย หรือ THAISUBCON เน้นยํ้าถึงความสําคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยีว่า นอกจากมาตรการด้านภาษีแล้ว การส่งเสริมให้เกิดการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง  ถือเป็นปัจจัยสําคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะ ยาว โดยสมาคมฯ พร้อมทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ Tier 2 และ Tier 3 เข้าสู่การผลิต ชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนอัจฉริยะ หรือ Smart Parts และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่ เกี่ยวข้องในการดูแลกระบวนการตรวจสอบใบรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า หรือ CO เพื่อให้การค้าและการส่งออก เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การรวมตัวของ 10 สมาคมในครั้งนี้ จึงถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมของภาคอุตสาหกรรมในการ ขับเคลื่อน “Road Map การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ผ่านความเชี่ยวชาญของแต่ละสมาคม เพื่อ ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยอย่างบูรณาการ ทั้งในด้านการผลิต การลงทุน การพัฒนาซัพ พลายเชน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนประกาศเจตนารมณ์ ร่วม 10 ฟันเฟือง ขับเคลื่อนยานยนต์ไทย งานในวันนี้ยังเป็นการรวมตัวครั้งสําคัญของคณะผู้บริหารองค์กรจาก 10 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทย ที่มาร่วมแสดงพลังและบทบาท ในการ ขับเคลื่อน “Road Map ทางรอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละสมาคม เพื่อ ยกระดับอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ

  1. สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) – นําโดย นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมฯ: ขับเคลื่อน นโยบายภาพรวมและข้อเสนอเชิงโครงสร้างภาษี เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่ยุติธรรม ผ่านกลไกอีวีบอร์ด
  2. สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) – นําโดย นายสมพล ธนาดํารงศักดิ์ นายกสมาคมฯ: เป็นด่านหน้าปกป้องผู้ผลิตชิ้นส่วน ผลักดันการการยกระดับเกณฑ์ Local Content เป็นกลไกสําคัญใน การดูแลผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และรักษาบทบาทของไทยในห่วงโซ่การผลิตยานยนต์
  3. สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAISUBCON) – นําโดย นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายก สมาคมฯ: เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการ Tier 2/3 เข้าสู่การรับถ่ายทอดเทคโนโลยี (Tech Transfer) และสนับสนุนรัฐในการตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า (CO)
  4. สมาคมไทยคอมโพสิท (TCA) – นําโดย นางสาวอรอนงค์ ใจเย็น นายกสมาคมฯ: สนับสนุนนวัตกรรม วัสดุนํ้าหนักเบา (Lightweight Materials) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ยานยนต์ยุคใหม่ เช่น มอเตอร์ไซค์ ไฟฟ้าและรถกระบะ EV
  5. สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) – นําโดย คุณธนกฤษณ์ จังคพานิชย์ รองนายกสมาคมฯ: ผลักดันการยกระดับโรงงานผลิตชิ้นส่วนของไทยสู่ Smart Factory พร้อมเสนอ มาตรการอุดหนุนผู้ที่ใช้เครื่องจักรที่ผลิตในไทย
  6. สมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย (TDIA) – นําโดย นายไพศาล กสิกรรม นายกสมาคมฯ: เตรียม ความพร้อมด้านเทคโนโลยีแม่พิมพ์สําหรับกลุ่มชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกัน (Common Parts) เพื่อลดต้นทุนให้ ค่ายรถและส่งเสริมการใช้แม่พิมพ์สัญชาติไทย
  7. สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA) – นําโดย รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์ นายกสมาคมฯ: ขับเคลื่อนการ ทลายกําแพงเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ ผลักดันให้ค่ายรถยอมเปิด Open Interface ให้นักพัฒนาไทยได้ร่วม พัฒนาระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS)
  8. สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) – นําโดย ดร.นุวงศ์ ชลคุป กรรมการบริหาร: วางรากฐานความมั่นคงทางพลังงานผ่านระบบนิเวศแบตเตอรี่แบบครบวงจร ตั้งแต่การทดสอบ มาตรฐานไปจนถึงการรีไซเคิล
  9. สมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย (TFA) – นําโดย นายนิธิภูมิ พงศ์เกรียงยศ อุปนายกสมาคมฯ: ผลักดันการแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบต้นนํ้า (เช่น อะลูมิเนียมอินกอต) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถ แข่งขันด้านต้นทุนได้
  10. สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) – (ส่งเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อน แม้ผู้แทนติดภารกิจใน ต่างประเทศ): ยกระดับศักยภาพการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ของไทยให้ได้มาตรฐาน Automotive Grade สู่การเป็นฮับอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์

ทั้ง 10 สมาคมขอยืนยันจุดยืนในการเป็น “เพื่อนคู่คิดของรัฐบาล” และขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งพิจารณา ข้อเสนอและ Road Map ทั้งหมดอย่างเร่งด่วน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อรักษาสถานะ ของประเทศไทยให้เป็น “ฐานการผลิตยานยนต์และเทคโนโลยีที่มั่นคงของโลก” ไม่ใช่เป็นเพียงตลาดบริโภคที่ ปราศจากเทคโนโลยีของตนเอง

 

- Advertisement -spot_imgspot_img
Latest news
- Advertisement -spot_img
Related news
- Advertisement -spot_img

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here