สปอร์ตโรดสเตอร์ แบรนด์ไอคอนิคค่ายมาสด้าอย่าง MX-5 เป็นที่ชื่นชอบและต้องการของแฟนมาสด้า นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 หลังจากนั้นได้เดินหน้าพัฒนาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างเรคคอร์ดในฐานะรถสปอร์ต 2 ที่นั่งที่ขายดีที่สุดในปี 2000 ด้วยตัวเลขมากกว่า 500,000 คัน โดยเวอร์ชั่นปัจจุบันเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรถรุ่นดังกล่าว

ด้วยความนิยมบวกกับตำแหน่งแบรนด์ไอคอนิคส่งผลให้ MX-5 ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแนวทางของ MX-5 เจนฯถัดไป จะยังคงไว้ซึ่งความโดดเด่นทั้งในเรื่องของรูปโฉม รวมถึงสมรรถนะการใช้งาน และฟีลลิ่งของการขับขี่ที่สนุกสนานอันเป็นปรัชญาของมาสด้า โดยเป็นการรวบรวมฟีดแบ็กจากแฟนๆและลูกค้า MX-5
สำหรับแนวทางการพัฒนายังคงมีผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่และรถ ที่สร้างความเป็นตัวตนให้กับยานยนต์ค่ายมาสด้า โดยเฉพาะสปอร์ตโรดสเตอร์ที่เน้นฟีลลิ่งของการขับขี่อย่าง MX-5 ที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการนำเสนอได้เป็นอย่างดี

เป็นที่คาดการณ์ว่าเจเนอเรชั่นที่ 5 ของ MX-5 จะมีนำหนักตัวรถไม่เกิน 1,000 กิโลกรัม ซึ่งหมายความว่าขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ไฮบริด อาจจะยังไม่มีให้เห็นใน MX-5 เนื่องด้วยน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนดังกล่าวที่ยังคงมีน้ำหนักค่อนข้างมากในปัจจุบัน ดังนั้นเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงเป็นคำตอบในการเดินหน้าพัฒนา
สำหรับ MX-5 รุ่นปัจจุบันมีน้ำหนักราว 1,073 กิโลกรัม ในรุ่นที่เบาที่สุด และอาจจะเบากว่านั้นในบางภูมิภาค เนื่องจาก MX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กพิกัด 1.5 ลิตร ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ต้องถูกถอดออกจากไลน์การผลิตเนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษ
มาความเป็นไปได้ที่ ขุมพลัง Skyactiv-Z ที่กำลังจะเปิดตัว อาจทำให้ MX-5 สามารถติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้นได้อีกครั้ง โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวจะเปิดตัวใน CX-5 รุ่นไฮบริดในปี 2027 ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Euro 7 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปลายปีนี้
โดยเชื่อว่าการใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขึ้นที่ไม่ใช้ระบบไฟฟ้าในเจนฯถัดไป จะเป็นสิ่งที่คนรักรถสปอร์ตต้องการอย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้ที่ขุมพลังใหม่ MX-5 จะทำลายสถิติ 200 แรงม้า หลังจากที่เกือบทำได้ในปีที่ผ่านมาสำหรับรุ่นพิเศษ 12R ที่วางจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งมีพละกำลัง 197 แรงม้า

นอกจากนี้ มาสด้า ยังได้ยืนยันแล้วว่าเกียร์ธรรมดา 6 สปีดจะยังคงมีอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นการปูทางสู่ความสำเร็จด้านยอดขาย เนื่องจากคู่แข่งในตลาดอย่าง BMW ยังไม่มีวี่แววของ Z4 รุ่นใหม่ ขณะที่ คู่แฝดโตโยบารุ อย่าง GR86 และ BRZ ก็จะมีเฉพาะในบอดี้คูเป้เท่านั้น
และเนื่องจากรุ่น RF ในอนาคต ที่อาจมาพร้อมหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า จะทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น ดังนั้น มาสด้า จึงต้องหาแนวทางในการรักษาน้ำหนักของ MX-5 ให้เบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงมีความเป็นไปได้ที่หลังคาที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าอาจจะถูกตัดออกไป




