The All-Electric Mazda CX-6e

spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img

รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นล่าสุด ที่สะท้อนการออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo – Soul of Motion มาพร้อมความสมดุลที่ได้รับการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความอเนกประสงค์ ความคล่องตัว และงานฝีมือ ที่มาสด้าเชื่อว่า รูปทรงที่เพรียวบางและแข็งแรงของ Mazda CX-6e จะดึงดูดผู้ขับขี่ที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากรถยนต์ที่มีดีไซน์แบบเดิม ๆ

Mazda CX-6e มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) ขนาด 77.9 kWh ที่ชาร์จเร็ว สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 555 กม. (NEDC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ราบรื่นและเงียบสงบ โดยผสานกับการควบคุมแบบขับเคลื่อนล้อหลัง นอกจากนี้ Mazda CX-6e มาพร้อมการเชื่อมต่อที่ใช้งานง่าย รองรับคำสั่งเสียงได้หลายภาษา และสามารถสั่งการด้วยท่าทาง นอกจากนั้น ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน รวมถึง เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบเครื่องเสียงและความบันเทิง ที่เข้าถึงได้ผ่านหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 26.45 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อเนกประสงค์ และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน

การออกแบบภายนอก
Mazda CX-6e ยกระดับเอกลักษณ์ของการออกแบบ ภายใต้ Kodo – Soul of Motion ไปสู่อนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ภายใต้ธีม ‘Soulful Futuristic Modern’ โดดเด่นสะท้อนให้เห็นถึงจุดเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและความสง่างามของรูปลักษณ์ ด้านหน้าของ Mazda CX-6e โดดเด่นด้วยซิกเนเจอร์วิงส์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ที่ผู้พบเห็นสามารถจดจำได้ทันที มาพร้อมไฟส่องสว่างตามลำดับเมื่อ ล็อก ปลดล็อก และชาร์จรถ สร้างเอฟเฟกต์ กลายเป็นภาพสามมิติที่โดดเด่น
สีภายนอกมีให้เลือกถึง 6 สี ประกอบด้วย สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต เป็นสีโทนเข้มและเงางามราวกับแสงดาวที่ส่องประกายในยามพลบค่ำ และจะเปลี่ยนระหว่างแสงสีม่วงเรืองรองและเงาสีดำเกือบสนิท ขึ้นอยู่กับแสงและองค์ประกอบอื่น ๆ สำหรับสีอื่น ๆ ได้แก่ สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล, สีดำ เจ็ท แบล็ก, สีเทา แอโร เกรย์, สีเทา แมชชีน เกรย์ และ สีแดง โซล เรด คริสตัล ซึ่งเป็นสีอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าที่มีชีวิตชีวา ทั้งหมดจะมาพร้อมกับหลังคากระจกแบบพาโนรามาสีดำที่ตัดกันอย่างลงตัว ทำให้เกิดรูปแบบสีทูโทน ในขณะที่ล้ออัลลอยสีดำแบบ Diamond Cut ที่ออกแบบมาอย่างโดดเด่นสองแบบช่วยเสริมท่าทางที่ดูสปอร์ต ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว ออกแบบดีไซน์แบบ 5 ก้าน ตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นมาตรฐานสำหรับรุ่น Premium ในขณะที่ ล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว ออกแบบดีไซน์แบบ 5 ก้านคู่ เป็นมาตรฐานสำหรับรุ่น Premium Sports

พื้นที่ใช้สอยเหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
Mazda CX-6e มอบความสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารทุกคน และได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่วางขา และพื้นที่ไหล่ โดยพื้นที่เหนือศีรษะด้านหน้าและด้านหลังมีขนาดอยู่ที่ 1,013 มม. และ 994 มม. ตามลำดับ ในขณะที่พื้นที่ไหล่ด้านหน้าและด้านหลังมีขนาดอยู่ที่ 1,481 มม. และ 1,432 มม. และพื้นที่สะโพกมีขนาดอยู่ที่ 1,408 มม. ที่ด้านหน้า และ 1,367 มม. ที่ด้านหลัง พนักพิงเบาะหน้าได้รับการออกแบบให้โค้งมนเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาด้านหลังให้เหมาะสมที่สุด โดยมีพื้นที่ว่างใต้เบาะหน้า 150 มม. สำหรับวางเท้าของผู้โดยสารด้านหลัง ทำให้มีพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวางถึง 990 มม. และพื้นที่วางเข่า 122 มม. พื้นที่เก็บของหลายจุดทั่วห้องโดยสารช่วยเสริมความรู้สึกโล่งโปร่งสบาย

หลังคากระจก PANORAMIC GLASS ROOF
รถไฟฟ้า Mazda CX-6e ทุกรุ่น มาพร้อมกับหลังคา Panoramic Glass Roof ขนาดใหญ่ 1.05 ตารางเมตร เป็นมาตรฐาน ช่วยให้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องโดยสารอย่างเต็มที่ และเสริมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและกว้างขวางยิ่งขึ้น กระจกลามิเนตสะท้อนความร้อนขั้นสูงมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีสูงถึง 99.7% ช่วยปกป้องผู้โดยสารจากรังสีที่เป็นอันตรายจากแสงแดด ระดับการส่งผ่านแสงที่มองเห็นได้สูงถึง 35%

ห้องโดยสารอัจฉริยะพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่พิเศษ
ห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอสัมผัสขนาด 26.45 นิ้ว แบบกว้างพิเศษ ติดตั้งบนแผงหน้าปัดที่โค้งมน ครอบคลุมไปถึงคอนโซลกลางและด้านหน้าผู้โดยสาร การจัดวางแบบแยกสองส่วนที่ปรับแต่งได้ ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่รบกวนการขับขี่มากนัก ให้ความคมชัดของสีและความสว่างระดับภาพยนตร์ 5K เพื่อความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง เวลาตอบสนองต่ออินพุตวัดเป็นมิลลิวินาที ในขณะที่หน้าจอที่เคลือบด้วยอะลูมิเนียม-ซิลิคอน ที่มีประสิทธิภาพทนต่อรอยขีดข่วนช่วยลดแสงสะท้อน ยังช่วยให้มั่นใจได้ถึงระดับการมองเห็นสูงในสภาวะที่ยากต่อการมองเห็น

ลำโพงพนักพิงศีรษะด้านหน้าแบบบลูทูธ
ระบบเสียงประกอบด้วยลำโพงพนักพิงศีรษะด้านหน้าแบบบลูทูธเป็นมาตรฐาน คุณภาพเสียงที่เป็นมิตรกับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถใช้การเชื่อมต่อบลูทูธ เพื่อเชื่อมต่อกับลำโพงบนพนักพิงศีรษะของแต่ละคนได้ คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกฟังก์ชันการรับสายจากโทรศัพท์ หรือฟังคำแนะนำจากระบบนำทางโดยไม่ต้องใช้ลำโพงของระบบเสียงหลักในรถ และเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดายสำหรับทุกคนในรถ ด้วย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ที่เพียงแค่สัมผัสหน้าจอ ก็สามารถเชื่อมต่อ กับการฟังเพลง พอดแคสต์ หรือการอัปเดตสภาพการจราจร มาพร้อมลำโพง 23 ตัว รวมลำโพงที่พนักพิงศีรษะเบาะนั่งคู่หน้า

ระบบสั่งการด้วยเสียงและการควบคุมด้วยท่าทาง
Mazda CX-6e มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงและควบคุมด้วยท่าทางสำหรับคำสั่งทั่วไปหลากหลายรูปแบบ หลังจากคำสั่งเริ่มต้น “Hi Mazda” ผู้โดยสารสามารถปรับการตั้งค่าระบบปรับอากาศ ฟังก์ชันเสียง และระบบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับได้ถึง 256 เฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่เป็นส่วนตัว การควบคุมด้วยท่าทางช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถส่งสัญญาณมือ เพื่อควบคุมกล้องในรถยนต์ ระบบเสียง และระบบนำทาง รถจะตอบสนองต่อสัญญาณมือที่แตกต่างกัน 7 แบบ

แอปพลิเคชันอัจฉริยะ
แอปพลิเคชัน  MAZDA 6e ใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ทโฟน Apple และ Android นำเสนอฟังก์ชันควบคุมระยะไกล เช่น การตั้งค่าอุณหภูมิ การจัดการการชาร์จ และการแชร์กุญแจบลูทูธ คุณสมบัติอเนกประสงค์นี้ช่วยให้เจ้าของรถสามารถแชร์การเข้าถึงรถกับผู้ใช้ได้สูงสุด 3 คน อย่างถาวร หรือตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผ่านฟังก์ชันกุญแจบลูทูธดิจิทัลของแอปพลิเคชัน เจ้าของรถสามารถให้สิทธิ์การเข้าถึงรถแบบถาวรหรือแบบจำกัดแก่ครอบครัวหรือเพื่อน ในขณะที่ยังคงควบคุมรถได้อย่างเต็มที่เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

กระจกมองข้างและกระจกมองหลังดิจิทัล
รุ่น Premium Sports มาพร้อมกับกระจกมองข้างและกระจกมองหลังดิจิทัลเป็นมาตรฐาน โดยเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งกระจกมองข้างดิจิทัลในรถยนต์มาสด้าที่ผลิตออกจำหน่าย และยังมีการติดตั้งกล้องภายนอกขนาดกะทัดรัดที่ส่งภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ไปยังจอแสดงผล OLED (Organic Light-Emitting Diode) ภายในห้องโดยสารติดตั้งอยู่ลึกเข้าไปในประตู นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วยมุมมองที่กว้างขึ้นถึง 30% แล้ว ยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในที่แสงน้อยและสภาพอากาศไม่ดี และมีส่วนช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของ Mazda CX-6e อีกด้วย กระจกมองหลังดิจิทัลที่ติดตั้งใน Mazda CX-6e มีจอแสดงผลขนาด 9 นิ้ว ความละเอียดสูง 1,920 × 384 พิกเซล ผู้ขับขี่สามารถสลับระหว่างกระจกแบบดั้งเดิมและโหมดดิจิทัลได้ตามความต้องการหรือตามสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองที่พลุกพล่านหรือการขับขี่ทางไกล เทคโนโลยีที่ผสานรวมอย่างลงตัวในห้องโดยสารของ Mazda CX-6e จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อสะดวกสบาย

ระบบขับเคลื่อน
ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของแผนกต่างๆ ของมาสด้าทั่วโลก CX-6e  จึงรวบรวมประสบการณ์การขับขี่แบบ Jinba-Ittai อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า สร้างความเชื่อมโยงที่ไดนามิกและมั่นใจระหว่างรถและผู้ขับขี่ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) ขนาด 77.9 kWh ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังที่ให้กำลัง 190 kW (258 แรงม้า) และแรงบิด 290 นิวตัน-เมตร มอบการควบคุมที่ตอบสนองได้ดีและให้อัตราเร่งที่ราบรื่น ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านระบบเกียร์ความเร็วเดียว ทำให้สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 185 กม./ชม. ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน NEDC อยู่ที่ 555 กม. สำหรับรุ่น Premium ที่ใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว และระยะทาง 524 กม. สำหรับรุ่น Premium Sports ที่ใช้ล้อขนาด 21 นิ้ว และกระจกมองข้างดิจิทัล อัตราการชาร์จ DC สูงสุด 194 kW ทำให้เวลาในการชาร์จ 10-80% อยู่ที่เพียง 24 นาที  หรือ 30-80% อยู่ที่ 15 นาที เครื่องชาร์จในตัวรองรับการชาร์จ AC สามเฟส 11 กิโลวัตต์ ผ่านพอร์ตชาร์จ Type 2 เพื่อความสะดวกในการชาร์จที่บ้าน

สมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัย
Mazda CX-6e ผลิตจากโรงงานมาสด้า CMA ในประเทศจีน และได้รับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตร โดยอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่งและยาวนานกว่า 20 ปี

โดยทีมงานที่ของมาสด้ามีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ให้ความรู้สึกเหมาะสมกับสภาพถนนที่หลากหลาย ทำให้ Mazda CX-6e มอบพลวัตการขับขี่ที่ผู้ชื่นชอบรถยนต์คาดหวัง นั่นคือ มอบความสมดุล ตอบสนองได้ดี และประณีต ตั้งแต่การปรับแต่งแชสซีไปจนถึงพวงมาลัย การควบคุม การเบรก และประสิทธิภาพของยาง วิศวกรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาของมาสด้าในเมืองโอเบอร์อูร์เซล ได้ปรับแต่งแต่ละองค์ประกอบเพื่อมอบการขับขี่ที่สนุกสนานและมั่นใจ

ความแข็งสปริงและแดมเปอร์ของระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ MacPherson strut และด้านหลังแบบ multi-link ได้รับการปรับแต่งใหม่อย่างพิถีพิถัน เช่นเดียวกับระดับการช่วยเหลือของระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ rack and pinion ด้วยระยะการหมุนพวงมาลัยจากซ้ายสุดถึงขวาสุดเพียง 2.55 รอบ พวงมาลัยจึงมีความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความคล่องตัวในความเร็วต่ำและความเสถียรภาพในความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความรู้สึกของแป้นเบรก เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการตอบสนองที่สม่ำเสมอเมื่อสลับระหว่างการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนและการเบรกแบบกลไก ในขณะที่การแมปปิ้งของคันเร่งได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่

Mazda CX-6e มีโหมดการขับขี่สามโหมดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ให้เข้ากับสไตล์ของตนเอง โดย โหมดปกติ (Normal Mode) เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ด้วยการให้อัตราเร่งที่ราบรื่น และการตั้งค่าระดับมาตรฐานสำหรับการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืน (regenerative braking) และน้ำหนักของพวงมาลัย เพื่อความสมดุลที่ดีที่สุด โหมดสปอร์ต (Sport Mode) มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เร้าใจและสมรรถนะการขับขี่สูงขึ้น ด้วยการตอบสนองที่ฉับไวขึ้นจากแป้นคันเร่ง น้ำหนักของพวงมาลัย และการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนระดับกลาง โหมดส่วนบุคคล (Individual Mode) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกำหนดค่าการเร่งความเร็ว การเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืน และลักษณะการบังคับเลี้ยวตามความต้องการส่วนตัว การเร่งความเร็วสามารถตั้งค่าได้ที่ระดับกลางหรือสูง ในขณะที่การเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนมีให้เลือก 4 ระดับ ได้แก่ ต่ำ มาตรฐาน กลาง และสูง และระดับน้ำหนักของพวงมาลัยสามารถปรับได้ระหว่างการตั้งค่าแบบมาตรฐานและแบบสปอร์ต

ระบบไดนามิกที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของมาสด้า เสริมด้วยชุดเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่ครบครัน ได้แก่ ระบบช่วยเบรกอัจฉริยะ (Smart Brake Support – SBS), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Obstruction Warning – FOW), ระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Collision Warning – RCW), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง (Smart Brake Support – Rear Crossing -SBS-RC), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist System – LAS), ระบบป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน (Lane Departure Prevention – LDP), ระบบช่วยควบคุมรถกลับเข้าสู่เลน (Emergency Lane Keeping – ELK) พร้อมระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring – ABSM), ระบบป้องกันการชนครั้งที่สอง (Secondary Collision Reduction – SCR), และระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู (Door Open Warning – DOW) ทั้งหมดนี้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นของ Mazda CX-6e

Mazda CX-6e มาพร้อมถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านข้างระหว่างเบาะหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และม่านนิรภัย เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น กล้องความละเอียดสูงระดับเมกะพิกเซล เรดาร์คลื่นความถี่เป็นมิลลิเมตร และเรดาร์อัลตราโซนิก ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นเพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและการรับรู้สภาพแวดล้อมภายนอกของผู้ขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

 

- Advertisement -spot_imgspot_img
Latest news
- Advertisement -spot_img
Related news
- Advertisement -spot_img

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here