มาสด้าเปิดตัว THE ALL-ELECTRIC MAZDA CX-6e รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะสำหรับครอบครัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาสด้าในยุคอีวีได้อย่างลงตัว

spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบ เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด The All-Electric Mazda CX-6e พร้อมแนวคิด “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด เพื่อชีวิตในแบบคุณ ด้วยการเป็นรถเอสยูวีที่จะมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัวสู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง มาในรูปแบบ Intelligent Family e-SUV หรือเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ที่ผสานเอกลักษณ์ของมาสด้าทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่แบบ “Jinba-Ittai” เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนี่งเดียว มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* รองรับชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 15 นาที** มอบความปลอดภัยและล้ำสมัยด้วยกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล มาพร้อม 2 ทางเลือก 2 สไตล์ ในรุ่น Premium และ Premium Sports วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,259,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นนี้ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน Mazda Virtual Showroom และจองออนไลน์ได้ทันที

มร. โทรุ นากาจิม่า, Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “มาสด้าตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค ซึ่งมาสด้าได้เดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ไม่ว่ารูปแบบพลังงานจะเป็นแบบใดก็ตาม สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ  “ความสุขในการขับขี่” และ DNA ของแบรนด์มาสด้า ที่จะยังคงเป็นคุณค่าหลักของเราเช่นเดิม นี่คือรากฐานสำคัญที่นำพาให้เราก้าวเดินมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน”

The All-Electric Mazda CX-6e คือรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยผลิตขึ้นที่โรงงานของมาสด้าในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ ฉางอัน ออโตโมบิล โดยทั้งสองบริษัทเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมาสด้าได้อาศัยความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร เข้ากับจุดแข็งของมาสด้า ทั้งในด้านการออกแบบ และเอกลักษณ์ในการขับขี่ จินบะ-อิตไต พร้อมทั้งสะท้อนถึงแนวทางการผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีตในทุกรายละเอียด และมาตรฐานการผลิต ที่มาสด้ายึดถือมาโดยตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในประเทศไทย ที่จะมาตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและแฟนมาสด้า ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าอย่างครบถ้วน

“การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e คือก้าวสำคัญของมาสด้า ในการเดินหน้าสู่เส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ่ายทอดให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอรูปแบบพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการยึดมั่นในคุณค่าและจิตวิญญาณในการขับขี่ที่ถ่ายทอดในรถยนต์มาสด้าทุกคัน และการเดินทางบนเส้นทางนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นตลาดหลักและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าในอนาคต พร้อมส่งมอบทั้ง “ความสุขในการขับขี่” และ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่ในวันนี้และส่งต่อไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda CX-6e เป็นยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ซีรีย์ ของมาสด้า ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV เป็นยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ที่จะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเป็นไปได้มากกว่าการเดินทาง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด…เพื่อชีวิตในแบบคุณ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัว สู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เก็บทุกรายละเอียดในการขับขี่ เติมเต็มความรู้สึก และยกระดับประสบการณ์ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์ที่มีนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม แต่ยังคงคุณค่ากับความสุนทรีย์ในการขับขี่ มีดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ”

การสื่อสารการตลาดของ The All-Electric Mazda CX-6e ในครั้งนี้ ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 กลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Friends of Mazda ทั้ง Art of Choice: กลุ่มคนที่มี Thoughtful Choice เลือกในทุกรายละเอียด บ่งบอกรสนิยม มองรถว่าเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์, Art of Motion: กลุ่มคนที่ใช้ชีวิต Active Life in Motion เพื่อขับเคลื่อนชีวิต ให้พร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับรถยนต์ให้ทั้งสมรรถนะ ความสนุก และความมั่นใจ และ Art of Caring: กลุ่ม Human Protection ที่ใส่ใจคนรอบตัว ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย  ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน

ในด้านผลิตภัณฑ์ The All-Electric Mazda CX-6e ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างประณีต โดยคงเอกลักษณ์และ DNA ของมาสด้าไว้อย่างครบถ้วนไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาสด้าได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบอันล้ำสมัย และความประณีตประดุจงานฝีมือ มาหลอมรวมเป็นรถรุ่นนี้ โดยถ่ายทอดบนคุณค่า 4 แกนหลัก ประกอบด้วย

  • คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN​
  • พัฒนาภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” โดยผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับ Kodo Design และเอกลักษณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวของมาสด้า ทำให้ยังคง DNA ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย

 

  • คุณค่าที่ 2: HIGH-TECH SMART COMFORTABLE SPACE​
  • มาพร้อม Smart Cabin หรือห้องโดยสารอัจฉริยะ ที่ต่อยอดแนวคิด Human-centric ของ Mazda สู่ HMI รูปแบบใหม่ ให้คนและรถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AR Head-Up Display ขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอ Ultra-Wide Center Display ขนาด 45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่รองรับการแบ่งหน้าจอแบบ Dual-split ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างเป็นอิสระ หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง REAR TOUCHSCREEN รวมถึงระบบเชื่อมต่อด้วยสมาร์ทโฟน ผ่าน Mazda connectivity app เป็นต้น
  • นอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงและการควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง (Voice & Gesture Control) และมาพร้อมกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล ที่ช่วยลดจุดอับสายตาและช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรอบตัวรถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ด้วย Ambient Lighting 256 สี รวมถึงระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 23 ตัว เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง

 

  • คุณค่าที่ 3: NEAR FUTURE DRIVING EXPERIENCE​
  • มอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐาน Jinba-Ittai โดยทีมวิศวกรของมาสด้าได้พัฒนาระบบช่วงล่างและการควบคุม เพื่อให้รถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ขับขี่ มีการปรับจูนอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ในการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบพวงมาลัย การควบคุมการทรงตัว ความนุ่มนวลในการขับขี่ อัตราเร่ง การตอบสนองของช่วงล่างและระบบเบรก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 เพื่อสร้างความสมดุล เสถียรภาพในการขับขี่ และมอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถอย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังได้มีการนำ Aerodynamic Technology มาใช้ในการออกแบบตัวถัง ทำให้ช่วยควบคุมกระแสอากาศรอบตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  • มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 77.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 PS และแรงบิด 290 Nm สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 555 กิโลเมตร* ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และ รองรับ DC Fast Charge ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที**
  • มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) มากถึง 17 ระบบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่ครบครัน และติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมสำหรับการปกป้องผู้โดยสาร ทุกสถานการณ์ในการขับขี่

  • คุณค่าที่ 4: SIGNATURE OWNERSHIP EXPERIENCE ​
  • มอบความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วย Mazda Signature Experience ซึ่งเป็นการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เครือข่ายศูนย์บริการ ไปจนถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม บุคลากรและช่างเทคนิคที่ได้มาตรฐานมาสด้า โปรแกรมการบำรุงรักษาอย่างครบวงจร และการบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ว่า จะได้รับการดูแลจากมาสด้าไปตลอดการเป็นเจ้าของ

The All-Electric Mazda CX-6e มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ใน 2 สไตล์ ที่แตกต่าง

  • รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยผ้าและหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท
  • รุ่น Premium Sports ยกระดับความสปอร์ต ด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีทูโทน สีม่วง-ขาว กระจกมองข้างแบบดิจิทัลที่สามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 524 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท

ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

  • สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black)
  • สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black)
  • สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black)
  • สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรม The All-Electric Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคมนี้ มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 88%1
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3
  • คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4
  •   บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5
  • ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6
  • ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7

ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงพัฒนายนตรกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับ การมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไม่รู้จบ ทั้งในวันนี้ และต่อไปจนถึงอนาคต เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
Latest news
- Advertisement -spot_img
Related news
- Advertisement -spot_img

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here