ข่าว

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โชว์แกร่งด้วยยอดเติบโตอย่างต่อเนื่อง

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โชว์แกร่งด้วยยอดเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่สาม พร้อมส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.3%

  • เมื่อเปรียบเทียบกับยอดการจดทะเบียนรถยนต์นั่งระดับพรีเมียมทั้งหมด ยังครองตำแหน่งผู้นำในตลาดนี้ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่จดทะเบียนจนถึงเดือนกันยายน 2564 จำนวน7,759 คัน พร้อมส่วนแบ่งการตลาดถึง 3%
  • การจดทะเบียนรถยนต์มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดรวมที่ 8,600 คัน
  • บีเอ็มดับเบิลยูพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์อเนกประสงค์ SAV โดยจะเผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2564
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ถึง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายนในปีก่อนหน้า
  • ในปัจจุบัน ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการหลายรายผ่านการรับรองอย่างเต็มรูปแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Safety and Health Administration (SHA)) ที่เข้มงวด
  • บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยสิทธิพิเศษและข้อเสนอสำหรับลูกค้ามากมาย
  • งาน BMW Xpo 2021 ยังสร้างเสียงตอบรับจากลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมขยายข้อเสนอให้ลูกค้าตลอดทั้งเดือน ก่อนพบความพิเศษอีกมากมายเร็ว ๆ นี้

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่สามของปี 2564 โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ อยู่ที่ 8,600 คัน โดยบีเอ็มดับเบิลยูมียอดการจดทะเบียนรถยนต์ที่ 7,759 คัน ในขณะที่มินิก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันกับยอดจดทะเบียนถึง 841 คัน บีเอ็มดับเบิลยูจึงยังครองตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งระดับพรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 41.3% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของเราในไตรมาสที่ผ่านมายังคงสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศที่มีต่อแบรนด์       ของเรา ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นที่เรามีให้กับตลาดในประเทศไทยมาโดยตลอด ภารกิจหลักของเราคือการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างเช่นที่ทำมา และเราก็มีความภาคภูมิใจในคุณภาพและการบริการ ซึ่งมอบความสุขบนทุกเส้นทางให้กับลูกค้าของเรามาโดยตลอด ด้วยการสรรค์สร้างประสบการณ์การขับขี่ระดับโลก นอกจากนั้น เรายังได้นำโซลูชันต่าง ๆ มาใช้เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า ในขณะที่ยังสามารถตอบสนองต่อมาตรฐานและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าไปพร้อมกัน ผลลัพธ์เหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งถึงความสามารถของเราในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และนำพาเรามาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะสร้างสีสันต่อไปในช่วงที่เหลือของ       ปี 2564”

ในด้านการผลิต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดการประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รวมกว่า 200,000 คันจากการดำเนินงานกว่า 21 ปี ขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในปี 2564 ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 10.4% โดยหลังจากที่บรรลุเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ 100,000 คันในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและสามารถทำยอดการผลิตรวมให้เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวและความมุ่งมั่นในการพัฒนา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและโมเมนตัมที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในประเทศไทย ด้วยศักยภาพการผลิตที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ในขณะที่ประเทศไทยค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้เร่งดำเนินงานด้านบริการเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าและพนักงานทุกคน ด้วยมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม โดยปัจจุบันนี้ มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวม 8 รายที่ได้ผ่านการรับรองอย่างเต็มรูปแบบภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Safety and Health Administration (SHA)) ที่เข้มงวด และยังมีอีก 4 รายที่อยู่ในระหว่างการประเมินดังกล่าว

นอกจากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังพร้อมเดินหน้าฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยแคมเปญพิเศษแห่งปีสำหรับทุกแบรนด์ในเครือบีเอ็มดับเบิลยู นำเสนอรางวัลที่น่าตื่นเต้นและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อรถยนต์ภายใต้สัญญา BMW Financial Services ในปีที่ 20 ซึ่งเป็นก้าวย่างที่สำคัญนี้ BMW Financial Services จัดกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ ซึ่งผู้โชคดีจะได้มีโอกาสสัมผัสกับสุดยอดประสบการณ์ในทุก ๆ เดือนกับบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่จากทั้งสามแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 2 Series Gran Coupe และ MINI Cooper SE รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT

ข้อเสนอที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้จะเพิ่มอัตราการเติบโตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้ปิดฉากความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากงาน BMW Xpo 2021 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7-10 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอจากงาน BMW Xpo ทั้งอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษและโปรแกรมการบำรุงรักษา BSI ที่ยกระดับให้เป็นพิเศษถึง 10 ปี หรือ 100,000 กม. สำหรับ BMW X1 และอื่น ๆ อีกมากมายตลอดเดือนตุลาคมนี้

มร. บารากากล่าวเสริมว่า “แนวคิด The Power of Choice ยังคงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์ของเรา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเรายังคงมอบโอกาสพิเศษสุดมากมายให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์ในฝัน นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู iX และบีเอ็มดับเบิลยู iX3 รถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ที่จะสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตของตลาดยานยนต์ในไทย บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport จะมาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกในไตรมาสที่ 4 นี้ พร้อมนำความสุขในการขับขี่ ความปราดเปรียวแบบสปอร์ต และการออกแบบที่ล้ำสมัยโดยไม่ปล่อยมลพิษได้สูงสุด 630 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport รุ่นใหม่ ยังผสานสองสิ่งที่ดีที่สุดคือ พลังแห่งการขับขี่และคุณภาพระดับพรีเมียมในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู X3 และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี eDrive เจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งมีระยะทางขับขี่ได้สูงสุด 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP เรายังคงมีไฮไลท์ความตื่นเต้นใหม่ ๆ ที่จะมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษที่มากขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน ในงาน BMW Premium Selection Festival ก่อนที่จะปิดท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นล่าสุดในงาน Motor Expo”

 

# # #

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป   

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถภายใต้
แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด  โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้ง
ยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.3 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์มากกว่า 169,000 คัน ทั่วโลก มีกำไรก่อน หักภาษีในรอบปีบัญชี 2562 เท่ากับ 7.118 พันล้านยูโรจากยอดรายได้รวมทั้งสิ้น 104.210 พันล้านยูโร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 126,016 คนทั่วโลก

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสี่บริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์บีเอ็ม ดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล และบีเอ็มดับเบิลยู พาร์ทส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) รับผิดชอบการผลิตชิ้นส่วนสำหรับการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สำหรับโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง

ในปี 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,426 คัน โดยได้ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 11,242 ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มินิมียอดการส่งมอบ 1,184 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 1.7% ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ ด้วยยอดส่งมอบ 1,224 คัน แม้จะต้องประสบกับสถานการณ์โรคระบาดในปี 2563

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู
แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่าง ๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็ม
ดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็ม
ดับเบิลยู X5 และบีเอ็มดับเบิลยู X7 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR
บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู  R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง
ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 5 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1397

www.bmw.co.th

www.mini.co.th

www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125)

นภสร ศรีวรรณวิทย์  (08-5862-7676 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 212)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanwajeran@carlbyoir.com, nsriwannavit@carlbyoir.com

 

 

 

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Most Popular

To Top