พร้อมเดินเครื่องผลิต ไล่ล่ายอดขาย ปี 2027
G-Class เป็นหนึ่งในลิสต์ดรีมคาร์อันดับต้นๆ ด้วยความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปโฉมอันเป็นเอกลักษณ์ จะเรียกว่าเป็นต้นแบบของบ็อกซี่คาร์หลากหลายรุ่นที่เราได้เห็นในตลาด รวมถึงสมรรถนะการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้บริโภค ภายใต้ขุมพลังที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน
ด้วยความนิยมของ Geländewagen นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ Mercedes เดินหน้าพัฒนารถรุ่นใหม่ๆพร้อมเสิร์ฟแฟน G-Class มาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในการขยับตัวที่น่าสนใจคือ “Little G” รถที่มีขนาดย่อมจากรุ่นปกติ ซึ่งได้เผยโฉมทิศทางการพัฒนาครั้งแรกราว 3 ปีก่อนหน้านี้ ทว่าล่าสุดได้เห็นรถรุ่นดังกล่าววิ่งทดสอบภายใต้ลายสติ๊กเกอร์พรางตัว
สำหรับ “Little G” เป็นการพัฒนาใหม่ทั้งหมด มาพร้อมสัดส่วนที่ย่อขนาดลงจาก G-Class รุ่นมาตรฐานที่มีความยาวตัวรถประมาณ 185 นิ้ว (4.7 เมตร) ไม่รวมล้ออะไหล่ที่ติดตั้งด้านหลัง โดยคาดว่า “Little G” มีขนาดความยาวตัวรถราว 173 นิ้ว (4.4 เมตร) รวมถึง กราวด์เคลียร์แลนซ์ ที่ดูเหมือนจะเตี้ยกว่า G-Wagen รุ่นปกติไม่น้อย

ด้านดีไซน์ยังคงไว้ซึ่งความโดดเด่นของรถออฟโรดทรงเหลี่ยม น่าจะถูกใจแฟนๆเนื่องด้วยพื้นฐานการออกแบบที่ดูเหมือน G-Class รุ่นย่อส่วน เก็บดีเทลต่างๆไว้ได้ครบครันทั้งสัดส่วนทรงเหลี่ยม ซุ้มล้อที่โป่งออกมา และหลังคาที่เรียบ มาพร้อมกล่องเก็บของที่ติดตั้งอยู่บนบานประตูท้ายแบบเปิดออกด้านข้าง ให้ฟีลของรถอเนกประสงค์รุ่นเก๋าๆ
ส่วนในเรื่องของขุมพลังคาดว่า Mercedes G-Class จะตอบสนองการใช้งานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จขนาด 1.5 ลิตร บล็อกเดียวกันกับที่ใส่ไว้ใน Mercedes-Benz CLA รุ่นใหม่ ซึ่งทั้งรุ่นไฟฟ้าและรุ่นเครื่องยนต์เบนซินจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน

นอกจาก “Little G” ที่เข้าคิวเสริมทัพในตระกูล G-Class แล้ว ค่ายเมอร์เซเดส ยังมีแผนที่จะนำรถเปิดประทุนกลับมาทำตลาดอีกครั้งด้วยเช่นกัน โดย G-Class Cabriolet ที่มีหลังคาผ้าแบบเปิด-ปิดได้นั้น ได้ปล่อยทีเซอร์ออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว โดยคาดว่าจะได้รับการปรับแต่งสไตล์ AMG ในแบบ G63 ที่ร้อนแรง และจะเริ่มผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
ด้วยการหมายมั่นปั้นมือที่จะพัฒนา “Little G” ให้มีความพร้อมและสมบูรณ์มากที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานนับตั้งแต่มีข่าวของรถรุ่นดังกล่าว กว่าจะได้รับไฟเขียวให้ผลิต G-Class รุ่นเล็กที่มาพร้อมราคาที่ประหยัดกว่า และน่าจะมาพร้อมการตอบรับที่ดี ตอกย้ำความนิยมของ G-Class ที่โกยยอขายทั่วโลกกว่า 50,000 คันในปีที่ผ่านมา




